ชมรมเจ้ามือหวย
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน กันยายน 24, 2021, 04:07:17 AM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 16 พฤษภาคม 2564 รางวัลที่ 1 684579 รางวัล3ตัวหน้า 843 615 รางวัล3 ตัวท้าย 276 970 รางวัลเลขท้าย 2ตัว 14




โปรแกรมเจ้ามือหวย



ทำงานแบบมีหลักการ ไม่กล้าจนเกินตัว ไม่กลัวจนเกินเหตุ
ปณิธานของชมรมเจ้ามือหวย
ทางชมรมเจ้ามือหวย หวังแค่เพียงเพื่อนๆ อยู่กันแบบเป็นพี่เป็นน้อง จริงใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ร่วมมือกันในการแบ่งปันข้อมูล มีอะไรดีๆ ก็นำเสนอแก่เพื่อนสมาชิก เพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน
หรือระวังป้องกันให้ชาวชมรมได้อยู่ในวงการตลอดไปนานเท่านาน
ขอบคุณจากใจจริง
nongnai


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 16-12-59  (อ่าน 4087 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:กันยายน 16, 2021, 04:01:37 PM
กระทู้: 914


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
บราวเซอร์::
Chrome 54.0.2840.99 Chrome 54.0.2840.99


« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2016, 12:03:17 PM »

สาวปวดท้องทนไม่ไหว!! ผัวขับรถติดกลางไฟแดง-เมียคลอดลูกในรถวันมงคล



จากกรณีเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยไตรคุณธรรม ได้รับแจ้งว่า มีหญิงเจ็บท้องใกล้คลอด จึงได้รีบรุดเข้าช่วยเหลือ พบนางสาวกรรณิการ์ นทีธรากร อายุ 31 ปี นอนเจ็บท้องขณะที่สามีกำลังจะขับรถยนต์กระบะ
ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน ญย 8143 กรุงเทพมหานคร ไปส่งที่โรงพยาบาลชลบุรี แต่มาติดไฟแดงช่วงบริเวณสี่แยกไฟแดงท้องคุ้ง ตำบลนาป่า อำเภอเมืองชลบุรี แต่เนื่องจากเป็นชั่วโมงเร่งด่วน
ได้มีรถยนต์จำนวนมากติดไฟแดง
นางกรรณิการ์ ภรรยาที่ปวดท้องอย่างรุนแรงทนไม่ไหว จึงคลอดลูกออกมาในรถยนต์ เป็นลูกชาย น้ำหนักประมาณ 3,500 กรัม อยู่ในสภาพแข็งแรง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องช่วยกันใช้ผ้าขาวห่อหุ้มร่างกายของหนูน้อย
และได้ทำการตัดสายสะดือ ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรี โดยทั้งแม่และลูกทั้งสองคนปลอดภัยภัยดี
จากการสอบถามสามีของนางกรรณิการ์ ได้เล่าว่า นางกรรณิการ์ คลอดลูกคนนี้เป็นคนที่ 2 เมื่อช่วงเย็นบ่นปวดท้อง แต่ไม่คิดว่าลูกจะออกวันนี้ เพราะหมอนัดคลอดเดือนหน้า แต่ก็รู้สึกดีใจ
เพราะถือว่าเป็นวันมงคลได้เกิดในวันเฉลิมพระชนพรรษา 5 ธันวาคม โดยตั้งใจว่าจะตั้งชื่อลูกว่าเด็กชายเฉลิมชนม์ อีกด้วย

ขอบคุณ เรื่องเล่าเช้านี้


ที่มา  : ข่าวสด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2016, 02:31:23 PM โดย nongnai » บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:กันยายน 16, 2021, 04:01:37 PM
กระทู้: 914


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
บราวเซอร์::
Chrome 54.0.2840.99 Chrome 54.0.2840.99


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2016, 12:40:55 PM »

ศิษย์เศร้าสิ้น'หลวงพ่อชั้น' พระเกจิดังแห่งลุ่มน้ำท่าจีน...



ชาวสุพรรณเศร้า หลังสูญเสีย “หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ” เจ้าอาวาสวัดบางสาม เกจิดังแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน มรณภาพด้วยอาการอาพาธในวัย 73 ปี เป็นพระเกจิจอมขมังเวทย์ เชี่ยวชาญด้านตะกรุด
ผู้สืบทอดวิชาไสยเวทพุทธาคม สายหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. 2559 พระครูปลัดบุญสร้าง ปัญญาวโร รองเจ้าอาวาสฝ่ายปกครอง วัดบางสาม แถลงข่าวการมรณภาพของพระครูอินทปัญญาธร หรือ “หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ” เจ้าอาวาสวัดบางสาม
พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน ผู้สืบทอดวิชาไสยเวทพุทธาคมสายหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้
หลวงพ่อชั้น อาพาธด้วยโรคชรา เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 มานานกว่า 3 ปี กระทั่งล่าสุดเมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา
หลวงพ่อชั้นก็ได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อีกครั้ง ด้วยอาการหายใจเหนื่อยหอบ คณะแพทย์ได้ให้การรักษาอย่างสุดความสามารถ จนในที่สุดได้มรณภาพอย่างสงบในเวลา 14.00 น.
วันที่ 5 ธ.ค. 2559 อายุ 73 ปี 52 พรรษา
หลังข่าวการมรณภาพของหลวงพ่อชั้น แพร่กระจายออกไป ทำให้ประชาชนและศิษยานุศิษย์เดินทางมากราบไหว้ หลวงพ่อชั้น กันอย่างล้นหลาม
พระครูอินทปัญญาธร หรือ “หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ”  มีนามเดิมว่า นายชั้น สินทองเอี่ยม เกิดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2486ที่บ้านไผ่เดาะ ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี จบการศึกษาชั้น ป.4 ที่วัดบางสาม
มีอาชีพทำนา ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบางสาม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2507 โดยมีพระครูเขมานุโยค (หลวงพ่อชุน โยคเขโม) เป็นพระอุปัชญาย์ พระอธิการจันทร์
วัดสำเภาทอง เป็นพระกัมวาจาจารย์ พระผล ปริปุณโณ วัดบางสาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อชั้น ได้รับฉายาว่า อินทปัญโญ
ครั้นอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาที่วัดบางสาม ศึกษาพระธรรมวินัยและรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อชุน โยคเขโม มาโดยตลอด จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสบางสาม ตั้งแต่ปี 2513 เป็นต้นมา หลวงพ่อชั้น
เป็นพระเกจิจอมขมังเวทย์ เชี่ยวชาญการทำตะกรุดมหาอุด คงกระพันชาตรี จารอักขระเลขยันต์ บริกรรมภาวนา เรียกสูตรปลุกเสกในน้ำลึก ตามตำราวิชาหลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม
หลวงพ่อช้าง วัดศิลามูล


ที่มา  : เดลินิวส์

บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:กันยายน 16, 2021, 04:01:37 PM
กระทู้: 914


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
บราวเซอร์::
Chrome 54.0.2840.99 Chrome 54.0.2840.99


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2016, 07:47:54 AM »

สิบอันดับเลขขายดีแม่จำเนียรงวด 16 ธค. 59

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 14, 2016, 08:02:59 AM โดย nongnai » บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:กันยายน 16, 2021, 04:01:37 PM
กระทู้: 914


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
บราวเซอร์::
Chrome 55.0.2883.87 Chrome 55.0.2883.87


« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2016, 08:36:40 AM »

“หลวงปู่จันทร์ศรี” มหาเถระสายหลวงปู่มั่นมรณภาพแล้ว สิริอายุ 105 ปี



พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี พระมหาเถระอาวุโสฝ่ายวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่นมรณภาพด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อเวลา 20.00 น. วันนี้ (14 ธ.ค.) สิริอายุได้ 105 ปี พรรษา 85 โดยจะเคลื่อนสรีระกลับวัดโพธิสมภรณ์ในวันที่ 15 ธ.ค. เวลา 9.00 น.
พระอุดมญาณโมลี หรือหลวงปู่ใหญ่เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่มีอายุและพรรษาสูงสุด ทั้งยังได้ปฏิบัติศาสนกิจในด้านการส่งเสริมวิปัสสนาธุระ และการสังคมสงเคราะห์ มาโดยตลอด
พระอุดมญาณโมลี เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2454 ที่ บ.โนนทัน ต.โนนทัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เดิมชื่อ “จันทร์ศรี แสนมงคล” อายุได้ 8 ขวบ บิดาถึงแก่กรรม อีก 2 ปีแม่นำไปฝากไว้กับเจ้าอธิการเป๊ะ ธัมมเมตติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี, เจ้าคณะตำบลโนนทัน พออายุ 14 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณร
สามเณรจันทร์ศรีได้ศึกษาอักษรธรรม อักษรขอม อักษรเขมร จนอ่านออกเขียนได้ แล้วมาฝึกเทศน์มหาชาติชาดกทำนองภาษาพื้นเมือง แล้วอยู่ปฏิบัติธรรมถึง 3 ปี ก่อนร่วมเดินทางกับ พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ และพระอาจารย์ลี สิรินฺธโร เพื่อเข้ากรรมฐาน จนอายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดศรีจันทราวาส อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อ 13 มกราคม 2474 โดยมี พระครูพิศาลอรัญญเขต เจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา “จันททีโป” หมายความว่า “ผู้มีแสงสว่างเจิดจ้าดั่งจันทร์เพ็ญ”
หลวงปู่ใหญ่ได้ติดตาม พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี พระกรรมฐานแห่งวัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ก่อนลาไปศึกษาด้านปริยัติธรรมต่อในกรุงเทพ จนในปี 2484 สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร ที่นั่นได้พำนักกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร เป็นเวลา 15 วัน และกลับมาจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศน์ ก่อนสมเด็จพระสังฆราชฯ โปรดให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ที่วัดธรรมนิมิตร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เป็นเวลานานถึง 10 ปี
1 พฤษภาคม 2497 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต) มีพระบัญชาให้มาอยู่ที่วัดโพธิสมภรณ์ เป็นรองเจ้าอาวาส เพื่อทำศาสนกิจคณะสงฆ์ เนื่องจาก พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) ชราภาพ จนเมื่อปี 2507 หลวงปู่ใหญ่จึงขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์


ที่มา  : ข่าวสด

บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines

Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.205 วินาที กับ 23 คำสั่ง