ชมรมเจ้ามือหวย
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน สิงหาคม 20, 2019, 12:36:50 PM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 สค. 2562 รางวัลที่ 1 387006 รางวัล3 ตัวหน้า 983 135 รางวัล3 ตัวท้าย 562 795 รางวัลเลขท้าย 2ตัว 58




โปรแกรมเจ้ามือหวย



ทำงานแบบมีหลักการ ไม่กล้าจนเกินตัว ไม่กลัวจนเกินเหตุ
ปณิธานของชมรมเจ้ามือหวย
ทางชมรมเจ้ามือหวย หวังแค่เพียงเพื่อนๆ อยู่กันแบบเป็นพี่เป็นน้อง จริงใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ร่วมมือกันในการแบ่งปันข้อมูล มีอะไรดีๆ ก็นำเสนอแก่เพื่อนสมาชิก เพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน
หรือระวังป้องกันให้ชาวชมรมได้อยู่ในวงการตลอดไปนานเท่านาน
ขอบคุณจากใจจริง
nongnai


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 1-8-58  (อ่าน 3717 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:วันนี้ เวลา 05:09:19 AM
กระทู้: 866


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์::
Chrome 43.0.2357.132 Chrome 43.0.2357.132


« เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2015, 12:57:21 PM »

สาวมาเที่ยวบางแสน ปวดท้องรุนแรง-คลอดลูกเองคารถ!! กลางมอเตอร์เวย์



 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.ค. เจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรม ชลบุรี ได้รับแจ้งว่า มีคนเจ็บท้องใกล้จะคลอด อยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ กิโลเมตรที่ 70 ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร หมู่ 7 ตำบลหนองรี อำเภอเมืองชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ
 
 ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน บห 3326 ระยอง จอดอยู่ข้างทาง โดยภายในรถฝั่งข้างคนขับพบนางสาวสุนิสา โพธิ์คำ อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 8 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี นอนกอดลูกชาย น้ำหนัก 3,000 กรัม ที่เพิ่งคลอดอยู่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วยตัดสายสะดือ และปฐมพยาบาลแม่ เบื้องต้นพบว่าทั้งแม่และลูกอาการปลอดภัย แข็งแรงดี จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี
 
 ด้านนายเรืองฤทธิ์ ศิลาแดง อายุ 36 ปี อยู่ หมู่ 13 ต.พระพุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็น อาของนางสาวสุนิสา เล่าว่า ตนพาหลานสาวมาเที่ยวบางแสน ขณะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้น นางสาวสุนิสา ก็ปวดท้องอย่างแรง ตนเองจึงรีบจอดข้างทาง และไม่รู้ว่าจะกลับรถจุดไหน จึงได้รีบ โทร.191 แต่นางสาวสุนิสา ทนไม่ไหวคลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัย ซึ่งนางสาวสุนิสานัดคลอดที่โรงพยาบาลในวันพุธหน้า แต่ก็มาคลอดก่อนวันนัด
บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:วันนี้ เวลา 05:09:19 AM
กระทู้: 866


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์::
Chrome 43.0.2357.132 Chrome 43.0.2357.132


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2015, 03:43:03 PM »

สิ้นพระนักพัฒนา “หลวงพ่อนาน” อดีตเจ้าอาวาสวัดดังเมืองสุรินทร์



 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูพิพิธประชานาถ หรือ หลวงพ่อนาน สุทฺธสีโล อดีตเจ้าอาวาสวัดสามัคคี (วัดบ้านท่าสว่าง) บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ตำนานพระสงฆ์นักพัฒนา เครือข่ายพระกลุ่มสหธรรมเพื่อการพัฒนาและกลุ่มเสขิยธรรม วลีแห่งการตื่นรู้ “พระเป็นหนี้ชาวบ้าน” ผู้จุดประกายเกษตรอินทรีย์ วิถีสุรินทร์ ได้ละสังขาร ด้วยสิริอายุ 86 ปี 4 เดือน 8 วัน พรรษา 66  เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลา 14.15 น. กำหนดพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ วันที่ 21 ก.ค. เวลา 17.00 น. ประกอบพิธีบรรจุศพ วันที่ 29 ก.ค. เวลา 15.30 น. ณ วัดสามัคคี บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์

 หลวงพ่อนาน เกิดวันพฤหัสบดี แรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2472 เป็นบุตรของนายบัว  สีชมพู กับนางจุม  สีชมพู ที่บ้านเลขที่ 24 บ้านเตรี๊ยะใต้ ต.ตะพานลาว อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 8คน คือนายนาน-นายนอม-นายนาด-นายยศ-นายนุม-นางจอม-นายแปลก-และน.ส.จวบ สีชมพู

 ชีวิตในวัยเด็กได้ช่วยพ่อแม่เลี้ยงควาย ทำนา ทำการเกษตร มีชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปในชนบท ไม่เกเร ช่วยงานพ่อแม่จนกระทั้งโต เข้าเรียนเมื่ออายุได้ 9 ปี ในปีพ.ศ.2481ที่โรงเรียนประชาบาลวัดสามัคคี เรียนจบชั้น ป.4 ก็ออกมาช่วยงานทางบ้านจนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปีพ.ศ.2492 ที่วัดบ้านท่าสว่าง (ชื่อในขณะนั้น) ต.ท่าสว่าง  มีหลวงพ่อวาง  ธมปัญโญ เป็นเจ้าอาวาสเป็นผู้บวชให้ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี โท เอก ปีพ.ศ.2492 2494 2495

 มีบางช่วงชีวิตในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ หลวงพ่อนาน ได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานด้วยตนเองจากหนังสือ พิจารณาลมหายใจเข้าออก พิจารณาอดีต ทำให้เกิดความสับสน เพราะไม่มีอาจารย์แนะนำ ทำอย่างนี้ตลอดทั้งคืน ในที่สุดหลวงพ่อนานเกิดอาการนอนไม่หลับ จิตฟุ้งซ่าน หงุดหงิดคิดมาก จนคล้ายคนบ้า จึงหมกตัวอยู่ในวัดเพื่อรักษาตัว ผ่านไป 2 ปี อาการจึงดีขึ้น ในปีพ.ศ.2499 ได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดโคกสูง ต.ห้วยราช อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ อาการคล้ายคนบ้าจึงหายเป็นปลิดทิ้ง

 ต้นปี 2501 ครูปาน ทิพยรัตน์ ซึ่งเป็นครูอาวุโสสอนที่โรงเรียนประชาบาลวัดสามัคคี ได้นำชาวบ้านท่าสว่าง 4-5 คน เดินทางไปนิมนต์หลวงพ่อนานจากวัดโคกสูง ให้มาจำพรรษาที่วัดสามัคคี จนกระทั่งวันที่ 30 กรกฎาคม 2502 หลวงพ่อนานได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสามัคคี

 จากนั้นมาหลวงพ่อนานเป็นผู้นำในการพัฒนาทั้งวัดและชุมชน ให้มีความเจริญรุ่งเรื่อง เปิดวัดเป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งทางโลกทางธรรม ท่านได้รับนิมนต์ไปศึกษาดูงานที่เกาหลี ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในแถบยุโรป แล้วนำความรู้เหล่านั้นมาพัฒนาในด้านการเกษตรอินทรีย์ จนเป็นที่ระบือนามทั้งในมืองไทยและต่างประเทศ

 หลวงพ่อนาน เป็นผู้จุดประกายแนวความคิดให้ เกษตรกร ชาวนาชาวไร่ เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นผู้คิดวิธีทำลายวงจรหนี้สิน ให้ชาวบ้านลด ละ เลิก อบายมุข ผู้ริเริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยหมักอินทรีย์ จัดตั้งโครงการสหบาลข้าว ประสบความสำเร็จก้าวหน้าตราบเท่าปัจจุบัน  สร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงการพึ่งพาตนเอง ต่อมาท่านได้ปรับประยุกต์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น มาใช้เป็นแกนนำในการระดมทุน เช่น บุญเทศน์มหาชาติ บุญเข้าพรรษา บุญทอดผ้าป่า เป็นต้น และได้จัดตั้งสหบาลคน เพื่อเป็นการรวมพลังชาวบ้านในการทำนากระชับมิตรที่ได้ผลดียิ่ง

 หลวงพ่อนานเป็นพระที่มีปรัชญาในการบริหารงานบุคคลได้อย่างเยี่ยมยอด เป็นแกนนำชี้แนะแนวทาง โดยยึดหลักธรรมทางพุทธศาสนา มาประยุกต์กับแนวคิดที่เป็นภูมิปัญญาของท่าน จนประสบความสำเร็จ ทุกคนต่างขนานนามท่านว่าเป็นพระนักพัฒนาแห่งเมืองสุรินทร์ ยามท่านอาพาธ แม้จะเจ็บไข้ไม่สบาย สายตาท่านยิ้มให้ลูกศิษย์ลูกหาทุกคน ยิ้มในสายตามีทั้งความเมตตาอ่อนโยนแบบนี้ตลอดชีวิตที่ได้สัมผัส

 หลวงพ่อนานอาจไม่โด่งดังด้านเวทย์มนต์คาถามหาเสน่ห์ เนรมิตรให้ใครรวยได้ แต่เป็นผู้บุกเบิกหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นร้านค้าชุมชน ธนาคารข้าว เกษตรอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ ปุ๋ยอินทีรย์ หลวงพ่อนานเป็นผู้นำบุกเบิกโดยแท้ ท่านว่าอยากตอบแทนโยมที่ใส่บาตรให้เราฉันข้าวปลาอาหาร อยากขอบคุณไส้เดือน มดแมลงต่างๆที่จัดการธรรมชาติได้เอง โดยเราไม่ต้องใช้สารเคมี พระแม่ธรณีตาย สังคมมนุษย์ทั้งหลายก็วายวอด หลวงพ่อนานหาตลาดส่งข้าวอินทรีย์ไปยุโรป ปีละหลายพันตัน โดยไม่ผ่านคนกลาง ช่วยชื้อข้าวอินทรีย์แพงหน่อยนะคุณฝรั่ง ส่วนที่แพงคือความปลอดภัยทั้งผู้บริโภค รายได้ชาวนา และธรรมชาติไม่โดนเคมีฆ่า แม้วันนี้ท่านไม่อยู่แล้ว  จึ่งอยากนำเรื่องราวของท่านมาเล่าสู่กันฟัง ระลึกถึงท่าน พูดถึงท่าน ทำอย่างที่ท่านสอน ในตอนที่ท่านยังอยู่ และให้มันติดอยู่ในจิตสำนึกที่ดีของเราตลอดไป
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 22, 2015, 03:45:20 PM โดย nongnai » บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:วันนี้ เวลา 05:09:19 AM
กระทู้: 866


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์::
Chrome 43.0.2357.132 Chrome 43.0.2357.132


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 24, 2015, 12:37:46 PM »

เจ้าคณะมรณภาพ วูบคา"ธรรมาสน์"



ศิษยานุศิษย์สุดสลด เจ้าคณะอำเภอเมืองปทุมธานี "พระครูโสภณพิทักษ์" วูบหน้าคว่ำขณะนำสวดมนต์-กรวดน้ำบนศาลาการเปรียญวัดโสภาราม แม้จะรีบนำส่งร.พ.แต่มรณภาพในเวลาต่อมา แพทย์ระบุมรณภาพจากภาวะหัวใจล้มเหลว สิริอายุ 77 ปี
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่วัดโสภาราม ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พุทธศาสนิกชนจำนวนมากมาร่วมทำบุญในวันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8/8 โดยมีพระครูโสภณพิทักษ์ อายุ 77 ปี เจ้าอาวาสวัดโสภาราม เจ้าคณะอำเภอเมือง จ.ปทุมธานี รับถวายภัตตาหารเช้าจากญาติโยม แล้วฉันร่วมกับพระภิกษุสามเณรบนศาลาการเปรียญของวัด หลังจากฉันภัตตาหารเสร็จ พระครูโสภณพิทักษ์ขึ้นเทศนาธรรมโปรดญาติโยมเรื่องสภาวะภัยแล้ง โดยแนะนำให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ตลอดจนปฏิบัติธรรมตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จาก นั้นพระครูโสภณพิทักษ์นำสวดมนต์ให้ศีลให้พรและกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อพระครูโสภณพิทักษ์เกิดอาการวูบคว่ำหน้าลงกับพื้น สร้างความแตกตื่นตกใจแก่ญาติโยมและพระภิกษุสามเณรบนศาลาการเปรียญ ภายหลังตั้งสติได้ลูกศิษย์รีบช่วยกันนำส่งร.พ.ปทุมธานี เมื่อไปถึงร.พ.แพทย์พยายามปั๊มหัวใจอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่พระครูโสภณพิทักษ์ จะมรณภาพในเวลาต่อมา โดยแพทย์ลงความเห็นว่ามรณภาพจากภาวะหัวใจล้มเหลว ท่ามกลางความเศร้าสลดของบรรดาศิษยานุศิษย์
ซึ่งคณะลูกศิษย์ ได้นำร่างของพระครูโสภณพิทักษ์ มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาธรรมวัดโสภารามประกอบพิธีทางศาสนา โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 17.00 น. จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
สำหรับ ประวัติของพระครูโสภณพิทักษ์ ชื่อนายวิโรจน์ รอดพล เป็นบุตรของนายต๋วน นางเกลอ รอดพล มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ชาย 4 หญิง 3 เสียชีวิตหมดเหลือพี่สาวคนโตเพียงคนเดียว เป็นชาวตำบลบ้านฉาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี โดยพระครูพิทักษ์โสภณ เป็นบุตรคนที่ 6 บวชเมื่ออายุ 21 ปี ที่วัดบางหลวง จ.ปทุมธานี และในปี พ.ศ.2509 ได้ย้ายมาอยู่ที่วัดโสภาราม ปี 2533 สอบได้นักธรรมเอก เป็นเจ้าอาวาสวัดโสภารามจนถึงปัจจุบัน ปี 2549 ได้เลื่อนสมณศักดิ์จากพระครูเจ้าคณะอำเภอชั้นเอกเป็นชั้นพิเศษ
บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:วันนี้ เวลา 05:09:19 AM
กระทู้: 866


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์::
Chrome 44.0.2403.107 Chrome 44.0.2403.107


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2015, 08:51:57 PM »

หนุ่มใหญ่ช็อก!สตาร์ทเครื่องรถ จะเข้าเกียร์เจองูเห่าโผล่รีบเผ่นแจ้งกู้ภัย-ชาวบ้านแห่จดทะเบียนเสี่ยงโชค



 เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 ก.ค. นายทศพร สายเพ็ชร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกุยบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีงูเห่าเลื้อยเข้าไปอยู่ในรถยนต์ ที่ริมถนนใกล้กับสี่แยกกุยบุรี ให้มาช่วยจับ
จึงพร้อมด้วยอาสากู้ภัยกุยบุรี พร้อมอุปกรณ์เข้าตรวจสอบหน้าร้านนครกุย เลขที่ 225 ม.1 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบนายศิริ เจียเจริญ อายุ 51 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่หน้าร้าน แจ้งว่างูอยู่ในรถกระบะอีซูซุ สีบอนด์เงิน หมายเลขทะเบียน บพ 3504 ประจวบคีรีขันธ์ ของตนที่จอดอยู่ข้างร้าน

 เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบ พบงูเข้าไปแอบอยู่ภายใต้คอนโซลรถ จึงใช้อุปกรณ์จับงูเป็นเครื่องมือ โดยใช้ระยะเวลากว่า 20 นาที จึงสามารถดึงงูออกมาได้ พบว่าเป็นงูเห่าความยาวกว่า 2 เมตร ท่ามกลางเสียงตื่นเต้นของคนดูในตลาดกุยบุรี บ้างก็จดเอาเลขทะเบียน 504 ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกันจนหมดตลาด

 สอบถามนายศิริ เจ้าของรถ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังจะสตาร์ทเครื่อง พอเอื้อมมีจะเข้าเกียร์ก็พบว่างูเลื้อยไปขดอยู่ใกล้กับคันเกียร์ รู้สึกตกใจมาก จึงรีบออกจากรถและแจ้งให้กู้ภัยมาช่วยจับ ซึ่งตนเองสงสัยว่าไม่เคยเปิดประตูรถและกระจกทิ้งไว้ และสภาพรถก็เป็นรถใหม่ ไม่น่าจะมีช่องให้งูเลื้อยเข้ามาอยู่ในรถได้
บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:วันนี้ เวลา 05:09:19 AM
กระทู้: 866


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์::
Chrome 44.0.2403.107 Chrome 44.0.2403.107


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2015, 02:32:05 PM »

มาแล้วครับสิบอันดับเลขขายดีแม่จำเนียรนำด้วยตัวเลขมงคลครบชุด


บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:วันนี้ เวลา 05:09:19 AM
กระทู้: 866


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์::
Chrome 44.0.2403.125 Chrome 44.0.2403.125


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2015, 11:16:01 PM »

ใกล้หวยออก! ชาวสุโขทัยแห่ขอเลขเด็ด ต้นตะเคียนทองอายุนับร้อยปี




ตะเคียนทอง อายุนับร้อยปีโผล่กลางแม่น้ำยม จ.สุโขทัย ก่อนเข้าฝันชาวบ้านให้ช่วยขึ้นจากน้ำแล้วจะบันดาลโชคให้ หลังทราบข่าวต่างพากันมาบูชา แห่ขอเลขเด็ด ปรากฏว่าถูกหวยกันเกือบทั้งหมู่บ้าน

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ศาลาอเนกประสงค์ริมแม่น้ำยม ของหมู่บ้านศาลเจ้าแม่ ม.1 ต.บ้านนา อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย หลังรับแจ้งว่า มีชาวบ้านพบไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ จมดินโคลนอยู่ริมตลิ่งบริเวณโค้งแม่น้ำยม ก่อนถึงวัดบ้านนาประมาณ 500 เมตร หลังจากชาวบ้านช่วยกันชักลากนำขึ้นมาวางไว้บนแท่นที่ศาลากลางหมู่บ้านเพื่อกราบไหว้บูชาและขอโชคลาภตามความเชื่อ

นายเอนก เกตุบาง อายุ 61 ปี ผู้พบตะเคียนทองเป็นคนแรก เล่าว่า เมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมาตนได้ลงไปเดินเลาะข่ายดักปลา ในช่วงโค้งแม่น้ำยม ซึ่งในอดีตเคยเป็นวังน้ำวนมาก่อน แต่ปัจจุบันกลับแห้งขอดเนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง สังเกตุเห็นท่อนไม้ขนาดใหญ่และยาวมาก จมอยู่ในดินโคลนริมตลิ่ง มีเพียงบางส่วนที่โผล่ขึ้นมาเท่านั้น คิดว่าน่าจะเป็นไม้ตะเคียน จึงไปตามคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านมาช่วยดู พบว่าเป็นไม้ตะเคียนทองจริงๆ ชาวบ้านที่ทราบข่าวจึงพากันมากราบไหว้บูชา เนื่องจากเชื่อว่าตะเคียนเป็นไม้มงคล และมีเทพยดาสิงสถิตอยู่

ปรากฏว่าพอตกกลางคืนก็มีหญิงสาวแต่งกายสวยงาม ผมยาวสลวยมาเข้าฝัน นางแสง เกตุบาง อายุ 56 ปี ภรรยาของตน บอกว่าเธอคือ เจ้าแม่สุชาวดี ซึ่งสิงสถิตอยู่ในตะเคียนทองต้นนี้พร้อมกับกุมารอีก 2 องค์ ชื่อ กุมารา และ กุมารปิ่นทอง อยากให้ชาวบ้านช่วยนำขึ้นมาจากแม่น้ำยม เนื่องจากจมอยู่ที่บริเวณดังกล่าวมานานนับร้อยปี แล้วจะบันดาลโชคลาภให้ หลังตนนำความฝันนี้ไปปรึกษากับ นายประธาน อ่อนกล อายุ 35 ปี ผู้ใหญ่บ้าน จึงพร้อมใจกันเกณฑ์ชาวบ้านกว่า 50 คน ไปช่วยกันชักลากขึ้นมา พบว่าตะเคียนทอง มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 90 ซม. ยาวถึง 4 วา 2 ศอก หรือประมาณ 9 เมตร จึงทำแท่นตั้งวางไว้ที่ศาลาฯ กลางหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้บูชา ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา มีคนถูกหวย 2 ตัวล่าง เลข 49 เกือบทั้งหมู่บ้าน

โดยตลอดทั้งวันจะสังเกตเห็นชาวบ้านทั้งในพื้นที่และใกล้เคียง พากันมาจุดธูปเทียนกราบไหว้ นำแผ่นทองคำมาติดพร้อมพวงมาลัยผ้าแพรสีต่างๆ พร้อมอธิษฐานขอโชคลาภ ก่อนที่จะเพ่งดูตามลำต้นของตะเคียนทอง บางรายถึงกับใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเก็บเอาไปนั่งตีเป็นตัวเลขอีกด้วย สำหรับเลขเด็ดงวดนี้ซึ่งมีหลายคนเห็นตรงกันคือ เลข 35-53 ทำให้ลอตเตอรี่ที่มีเลขเด็ดดังกล่าวถูกเหมาเกลี้ยงแผงกันไปหมดแล้ว.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 29, 2015, 11:17:42 PM โดย nongnai » บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
nongnaiTopic starter
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เข้ามาล่าสุด:วันนี้ เวลา 05:09:19 AM
กระทู้: 866


จาก สมุทรปราการ

ระบบปฏิบัติการ::
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์::
Chrome 44.0.2403.125 Chrome 44.0.2403.125


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2015, 10:54:09 PM »

ชาวพุทธเศร้า-สิ้นพระเกจิดังเชียงใหม่ แน่นหน้าอกไปหาหมอ-กลับมามรณภาพในกุฏิ




 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.ค. พ.ต.อ.ณธีพัฒน์ อัครพงศ์ธิติ ผกก.สถานีตำรวจภูธรตำบลแม่ปิงอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากนายประสิทธิ์ ศรีวิชัย ลูกศิษย์ และเลขาฯ พระครูสุวรรณปริยัติโกวิทครูบาเจ้ามหาทองสุขสิริวิชโย ศรีวิชัย เจ้าอาวาสวัดบวกครกน้อย ต.หนองป่าครั่งอ.เมือง จ.เชียงใหม่ แจ้งว่าพระครูเจ้ามหาทองสุขสิริวิชโย ศรีวิชัย ได้มรณภาพลงที่กุฏิสงฆ์ส่วนตัว ภายในวัดบวกครกน้อยจึงได้ประสานไปยังศูนย์กู้ภัยนครพิงค์และแพทย์เวรประจำโรงพยาบาลมหารานครเชียงใหม่ไปตรวจสอบ พบร่างพระครูสุวรรณปริยัติโกวิท ครูบาเจ้ามหาทองสุขสิริวิชโย ศรีวิชัย เจ้าอาวาสวัดบวกครกน้อย นอนเสียชีวิตในห้องพัก ในสภาพห่มจีวร เสียชีวิตอย่างสงบ ด้วยอายุ 54 ปี
 
 เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำนายประสิทธิ์ ศรีวิชัย และคณะศรัทธาที่มามุงดูเหตุการณ์ ทราบว่าในช่วงเช้า ก่อนเกิดเหตุ นายประสิทธิ์ ศรีวิชัย พร้อมคณะศรัทธา ได้มาเคาะประตูเรียกพระครูเจ้ามหาทองสุขสิริวิชโย แต่ไม่มีเสียงตอบรับ โทรเข้าไปหาก็ไม่ได้รับสาย จึงได้ใช้กุญแจสำรองเปิดประตูเข้าไป พบร่างพระครูมหาทองสุข สิริวิชโย ได้มรณภาพ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชันสูตรพลิกศพลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งต่อโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่อีกครั้ง
 
 เบื้องต้นสาเหตุการมรณภาพ คาดว่ามาจากโรคหัวใจล้มเหลวฉับพลัน เนื่องจากท่านป่วยเป็นโรคประจำตัวทั้งความดัน เบาหวาน และโรคหัวใจ โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2558 พระครูเจ้ามหาทองสุขสิริวิชโย ได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการแน่นหน้าอก และกลับมาที่วัดและเสียชีวิตในเช้าวันนี้
 
 โดยในวันที่ 16 ส.ค. นี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคลครบ 55 ปี ของพระครูสุวรรณปริยัติโกวิท หรือ พระครูบาเจ้าพระมหาทองสุข สิริวิชโย ศรีวิชัย ทางคณะกรรมการวัดกำหนดจัดงานทำบุญอย่างยิ่งใหญ่ แต่ท่านได้มรณภาพเสียก่อน
 
 พระครูสุวรรณปริยัติโกวิท ครูบาเจ้ามหาทองสุขสิริวิชโยศรีวิชัย เจ้าอาวาสวัดบวกครกน้อย ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นพระนักพัฒนาและสังคมสงเคราะห์สนับสนุนส่งเสริมการศึกษา และมอบทุนการศึกษา วัตถุสิ่งของ ปัจจัยเงินทอง อุปกรณ์เครื่องมืออำนวยความสะดวกเครื่องมือพัฒนาสาธารณูปโภค เครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ยา แก่เยาวชน และประชาชนผู้ยากไร้ในชนบทถิ่นทุรกันดาร
 
 เป็นพระที่มีผลงานดีเด่นในการก่อสร้าง และบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม โรงเรียน สถาบันการศึกษาสถานที่ราชการมากมายในหลายท้องที่ เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังระดับประเทศ และต่างประเทศเคยเดินทางไปแผ่เมตตาบารมีประกอบพิธีกรรมในต่างประเทศหลายครั้ง เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า ลาว กัมพูชา ฯลฯ
 
 เป็นเกจิอาจารย์ที่มีพรสวรรค์ ความสามารถพิเศษโดดเด่นเฉพาะตัวหลายอย่าง เช่น การสวดมนต์พุทธคุณและพระเวทย์มนต์คาถา ประจุปลุกเสกวัตถุมงคลทุกอย่างด้วยถ้อยคำสำเนียงเสียงดังฟังชัดไม่ติดขัดชัดถ้อยชัดคำ ความจำแม่นยำเป็นเลิศ สุ้มเสียงก้องกังวาน แจ่มใสไม่แหบเครือไม่ติดขัด ไม่ตกหล่น ถูกจังหวะจะโคน ถูกอักขระพยัญชนะ มีความสม่ำเสมอ ยาวนานเป็นชั่วโมงมีพลังสมาธิสูงเยี่ยม มีพลังสวดมนต์พิเศษแบบเร็วเหนือเสียงมหัศจรรย์บันลือโลก
 
 จนช่ำชองคล่องแคล่วปรับระดับเสียงได้ทุกจังหวะความถี่คลื่นมีทั้งเสียงสูง ต่ำ เร็ว แรง ปานกลาง ธรรมดา ช้า ทำให้ผู้ฟังเกิดแรงศรัทธาน่าติดตามฟังประทับใจไม่ง่วงนอน ผ่อนคลายอารมณ์ ลื่นไหล พริ้วไหวไปตามธรรมชาติ เกิดอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์และประสิทธิภาพความมั่นใจ สมบูรณ์แบบเกินร้อยทุกสายญาณทั้งเทพ พราหมณ์ พุทธอินเดีย ศรีลังกา ธิเบต เนปาล จีน พม่า กัมพูชา ลาว ไทย
 
 เป็นเกจิอาจารย์ที่ชอบฝึกฝนทบทวน ใฝ่รู้ พัฒนาวิชาความรู้ ตำราให้แก่กล้าเข้มขลังยิ่งขึ้น โดยไม่หยุดอยู่กับที่ ชอบจาริกเดินธุดงค์ แสวงบุญตามรอยครูบาอาจารย์ไปตามวัดวาอาราม สถานที่สำคัญเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์โบราณสถาน ปูชนียสถาน ธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำ แม่น้ำ ลำธาร ดอยดงพงพี ป่าลึก ป่าดงดิบดินแดนมหัศจรรย์ จนสามารถเก็บรวบรวมวัตถุดิบ มวลสาร ของดีหายาก ของแปลกประหลาด ของศักดิ์สิทธิ์มากมายหลายประเภทเช่น น้ำ ดิน หิน แร่ธาตุ ว่าน สมุนไพร เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย
 
 จนได้รับฉายานามว่าเป็นเทพเจ้าแห่งมวลสาร เจ้าของตำนาน “ครอบจักรวาล” โดยมีความเชี่ยวชาญ ชำนาญ แตกฉาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายประการจนน่าทึ่งและน่าอัศจรรย์ใจในอัจฉริยะความเป็นเลิศด้านการจัดสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคลแบบครบวงจรที่เป็นบารมีความสามารถเฉพาะตัว
 
 เป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศและต่างประเทศมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งบุคคลในเครื่องแบบ ดารา นักร้อง นักแสดง เป็นพระเกจิอาจารย์เมืองล้านนาลูกศิษย์เอก ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย โดยสำเร็จวิชาเด็ดเคล็ดลับในการสะเดาะเคราะห์เสริมดวง ลงนะหน้าทอง ลงสาริกาลิ้นทอง ลงฝ่ามือเงินฝ่ามือทอง ลงกระเป๋าเงิน สร้อยเงินสร้อยทองเสกธูปเสกเทียนทำมาค้าขายโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา
 
 เสกน้ำพระพุทธมนต์เสริมดวงชาตาราศีเจิมรถใหม่ เจิมบริษัท สำนักงาน อาคารร้านค้า ธุรกิจการติดต่อให้เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยทำมาค้าง่ายขายคล่อง ปลุกเสกวัตถุมงคลทุกชนิดให้เกิดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ทุกด้านตามปรารถนาโดยล่าสุดได้ปลุกเสกเหรียญให้กับ พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.กำลังพลชื่อเหรียญ “พระพุทธบดีศรีล้านนา ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” และร่วมปลุกเสกเหรียญให้กับวัดแม่ตะไคร้ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ อีกด้วย
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อครั้งมีชีวิต มีบุคคลสำคัญโดยเฉพาะดารา มีชื่อเสียง ทั้ง พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง , แคทรียา อิงลิช , เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ รวมทั้งอีกหลายคน เคยมาให้พระมหาทอง ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ และพิธีกรรมต่างๆ และพระมหาทอง ยังเคยบริจาคมวลสาร สำคัญทางมงคลให้กับทางผู้ที่มาขอเพื่อนำไปผสมทำวัตถุมงคลอีกด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2015, 10:56:55 PM โดย nongnai » บันทึกการเข้า

ความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines

Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.113 วินาที กับ 22 คำสั่ง